Haloo...
13 เมษายน วันสงกรานต์ของเมืองไทย
ก็ได้หยุดเล่นน้ำอยู่บ้านกันใช่มะทุกคน...
13 April Easter's Day in U.K
ก็ได้หยุดอยู่บ้าน เหมือนกัน เย้ เย้...
แต่ว่า คนละเทศกาล คนละประเทศ คนละประเพณี อ่ะนะ ...
แต่ว่า เราก็ได้หยุดด้วยอ่ะนะ ดีใจจัง...
เทศกาลอีสเตอร์ของที่นี่เค้าก็หยุดยาว พอพอกะวันสงกรานต์เมืองไทยเราเลย ตั้งแต่วันที่ 13-18 เมษา
นาน น๊าน โรงเรียนเราจะได้หยุดยาวยั่งงี้กะเค้ามั่ง...
เลยเป็นโอกาสดีที่เราจะเข้ามาเม้าเรื่องก่อนๆ ที่คั่งค้างมานาน..อิ อิ อิ
จิงจิงหยุดอยู่บ้านคราวนี้ใช่ว่าจะสบายอย่างที่คิดนะ
เราก็ต้องมานั่งเขียนรายงาน อย่างที่บอกคราวก่อนน่ะแหล่ะ
แต่ว่า ตอนนี้ไม่มีอารมณ์อ่ะนะ ก็มันหยุดอีกตั้งหลายวัน
เดี๋ยวน่า...อีก สองสามวันค่อยทำก็ทัน (มั๊ง...)
เอาอีกแล้ว ตู อาการแบบนี้มาอีกแล้ว ....ผลัดวันประกันพรุ่งนะแก...
เออ น่า............เดี๋ยวทำน่า.......จิงจิ๊ง .........สัญญา...........
อิ อิ อิ .................
ขอเริ่ม การเม้าประจำวันวันนี้ก่อนนะ....
ตามที่สัญญาไว้ว่าจะมาเล่าเรื่องที่เราไป ท่องเที่ยวลอนดอน(อีกรอบ)
ก็เรามีนัดหมายสำคัญ......อิ อิ อิ อย่านะห้ามคิดว่า ดิชั้นนัดหมายกะใครบางคนที่ลอนดอน ....
ผิดย่ะ...ไม่ช่าย..
เรานัดกะเพื่อนร๊ากกก อีกคนที่อยู่ที่ Manchester
แทน แท๊นน....ออราวรรณ คนดีของเราน่ะเอง...
เราสองคนนัดกันตั้งแต่มาอังกฤษเดือนแรกๆ แล้วว่า เราต้องไปเที่ยวลอนดอนด้วยกันซักครั้ง เนื่องจากเราสองคนอยู่ต่างจังหวัดกันทั้งคู่อ่ะนะ..
เด็กบ้านนอก อย่างเราต้องเข้ากรุงฯ ก็ต้องเตรียมตัวกันนานหน่อย..
ออ มาจาก Manchester ต้องนั่งรถไฟเข้ามาประมาณ สองชั่วโมงถึง..
เรา มาจาก Southamptonต้องนั่งรถไฟเข้ามาประมาณ หนึ่งชั่วโมงถึง..
เฮ้ย ไรกันเนี่ยไม่ยุติธรรมเลยอ่ะ เราอยู่ใกล้ลอนดอนกว่าตั้งเยอะ ทำไมเรานั่งรถไฟได้พอ พอกะมาจากแมนเชสเตอร์เลยเหรอ...
ออ ก็เฉลยมาว่า รถไฟที่ออนั่งมาอ่ะ เร็วโคตรๆ แบบรถไฟหัวจรวดอ่ะนะ..แล่นไม่จอดเลย
ถ้ามันไม่ชนอะไรเข้าก่อน..อิ อิ อิ..
แล้วเด็กบ้านนอก จากทางเหนือและทางใต้ของอังกฤษ ก็ได้มาเจอกันที่ ลอนดอน...
การเดินทางท่องเที่ยวของเรา ก็เริ่มต้นขึ้น...
เราสองคนนัดเจอกันที่ สถานีรถใต้ดิน South Kensington เพื่อไปหาที่พักก่อน เราจองที่พักไว้ที่ สำนักดูแลนักเรียนไทยในอังกฤษ ป้าที่ดูแลหอพัก คือ ป้าปุ๋ย ซึ่งความโชคดีของเราคือ เราได้ทำความรู้จักกะป้าเค้าก่อนแล้ว ตั้งแต่นั่งเครื่อง กลับมาจากเมืองไทยรอบก่อนบังเอิญได้คุยกันและ ป้าเค้าก็แนะนำเรื่องที่พักในลอนดอนให้...
เห็นมะ คนดี ดี อย่างเราไปทางไหนก็มีคนคอยให้ความช่วยเหลือ..อิ อิ อิ
พอเราวางของกันเรียบร้อยก็ ออกไปหาไรกินข้างนอก...ดูจากแผนที่แล้ว ที่พักของเรา อยู่ใกล้ถนน Knightbridge มาก มาก และถนนนี้คือ ถนนที่มี Harrods น่านเองงง
ฮ่าฮ่า เราก็เลยได้เดินแฮรอดตั้งแต่วันแรกเลยค่า...ออราวรรณทำหน้าเซ็งๆ พิลึก..อิอิ แต่หล่อนก็ต้องตามดิชั้นมา...

เวลาที่เราไปถึงตอนนั้นก็ จะสองทุ่มของวันศุกร์แล้ว เราเลยได้เดินแป๊บเดียวแล้วก็หาของกินกัน..เอาน่ายังเหลืออีกหลายวัน มาใหม่...
เราก็กลับมาหอพักเอาแรง และวางแผนเดินทางของวันรุ่งขึ้นต่อไป
เช้าวันใหม่ เราก็ตกลงกันว่า เราจะเดินเลียบ Hydepark สวนสาธารณะใหญ่ที่อยู่ตรงข้ามที่พักเราไปจนถึง Buckingham Palace ได้ตอนเช้าๆ อากาศกะลังดี แดดออกอ่อนๆ คนออกมาเดินจ๊อกกิ้ง..สดใสมากมาก
เราก็เดินกันไป ถ่ายรูปกันไป..สวยเชียะ...


และแล้ว เราก็เดินมาถึงหน้าวัง ก่อนเวลา Changingguard พอดี ป้าปุ๋ยแนะนำว่า เราต้องมาก่อนเวลาเปลี่ยนยาม ของที่นี่คือเวลา 11.30 น. พอมาถึงก็สิบโมงกว่าละ คนมารอเยอะมากกก อะไรกันเนี่ย เค้ามารอดูเปลี่ยนยามหน้าวังกันเยอะขนาดนี้เลยเหรอ....
เอาว่ะ ดู ก็ ดู...ไฮไลน์อีกหนึ่งอย่างของ ลอนดอน อ่ะนะ...
และป้ายหน้าวังที่เราต้องถ่ายรูปเก็บไว้ว่า เรามายืนหน้าบ้านของ Prince William แล้วนะ..


ขณะที่เบียดเสียดเยียดยัดกะการยืนรอ เปลี่ยนยามที่นี่ เราจะสังเกตุได้ว่า นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ คนไทยเยอะมากๆๆๆ ได้ยินภาษาไทยแทบตลอดเวลาเลย เรากะออ ก็ได้แต่มองหน้ากัน...ต่างคนต่างคิดในใจว่า...แกอย่าพูดภาษาไทยออกมานะ ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเราสองคนก็คนไทย..
ทำไมเหรอ...ไม่ใช่ว่าเราไม่รักชาติไทยเรานะ..
แต่เด็กไทยที่เราเห็นกันน่ะ โอ้โห...ไม่อยากจะบอกว่า ไม่น่าพูดภาษาไทยให้มันรู้จักเลย...
เด็กไทยสมัยนี้ พูดจาได้ไม่น่าฟังเข้าทุกวัน..
ทั้งๆ ที่พ่อแม่ส่งมาเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา พูดจาเหมือนคนไม่มีการศึกษา ...เราพูดแรงไปมะ...
แต่ว่า เราไม่พอใจกับคำพูดบางอย่างของเด็กสมัยนี้...พวกเค้าอาจจะคิดว่า เค้าพูดในต่างประเทศไม่มีคนเข้าใจ ไม่มีคนรู้เรื่องแต่ว่า เค้าจะนึกไหมว่า อาจจะมีคนไทยบางคนที่บังเอิญมาได้ยินที่พวกเค้าพูดออกมาแล้ว..
...แค่มาบอกเรื่องราวของเด็กไทยบางประเภทในต่างแดนให้ฟังเท่านั้น..
อะไรดีดี ก็เก็บไว้ ที่ไม่ดีก็ปล่อยมันไป..ของบางอย่างเราตามไปแก้ไขไม่ได้ทุกเรื่องหรอก...

กลับมาเรื่องของเราดีกว่า...ภาพนี้ คือ ภาพที่เราไปยืนรอมาเกือบชม เพื่อได้มา เฮ้ออ เหนื่อยใจ...เค้าปลี่ยนยามกันที่หน้าวัง บักกิ้งแฮม จ้ะ...
หลังจากนั้นเราก็ ไปหาไรกินเอาแรงต่อ ที่Nottinghill ถนนคนเดินชื่อดังในลอนดอนที่เค้าเรียกว่า Portobello market น่ะเอง ถ้าจำกันไม่ได้ก็ ถนนนี้หล่ะที่เค้าถ่ายหนังเรื่อง Nottinghill ไงอ่ะ...เดินกันอานเลยอ่ะ ยาวมากก และของเยอะมากๆๆแต่ว่าไม่ได้ถูกเหมือน จตุจักรบ้านเราหรอกนะ
เดินเอาเพลินๆ อ่ะ..เดินเอาว่า ชั้นมาเดินตลาดที่ ฮิวแกรน มาเดินแล้วย่ะ...

หลังจากเดินตลาดพื้นๆ แล้วก็ มาต่อเดินตลาดอีกถนน คือ Oxford street and Bond street ถนนช๊อปปิ้งของแท้ ในลอนดอนจ้า...ถนนนี้เป็นแหล่งช้อปปิ้งของ brand name ล้วนๆ เยอะและยาว มาก ถ้าช่วงกลางปีและปลายปีแล้ว ทั้งสายนี้จะลด 70-80% ตลอดสาย ว๊าวว น่าสนใจมะหล่ะ..
ปลายปีที่แล้วเราพลาดไป เพราะกลับบ้าน แต่...ปีนี้รอก่อนเหอะ...ชั้นมาแน่ค่า...เจอกั๊น...
เดินได้แพล่บๆ เราก็ต้องรีบออกมาก่อน เพราะว่าเราจองตั๋วขึ้น London Eye Fight ไว้ตอนทุ่มครึ่ง..ก็ต้องรีบนั่ง tube ไปลงที่ Westminster ไปชมทิวทัศน์ยามพระอาทิตย์ตกที่ ลอนดอนอาย ซะหน่อย..
เรามา London Eye นี่เป็นครั้งที่สามในรอบปีแล้วนะ แต่ว่ารอบนี้แปลกกว่าทุกครั้งเพราะเราจะได้มาขึ้น ชิงช้าสวรรค์ อย่างที่ออราวรรณ เรียกร้องว่าจะขึ้น จะขึ้น..
ก็เลยได้ภาพ มุมสูงของ Big Ben มาอีกรูปนึง...ตอนนี้ก็ใกล้พระอาทิตย์ตกแล้วนะ เกือบสองทุ่มแล้วหล่ะ..


เราได้อยู่บนชิงช้าสวรรค์ ประมาณครึ่งชม. ก็ลงมาถ่ายรูปมุมไกลๆ อย่างที่ใครๆ เค้าต้องได้ไปกันมั่ง..
แต่จะเห็นว่า สภาพตอนนี้ของดิชั้น ไม่สดซิง เหมือนตอนเช้าแล้วนะ..เนื่องจากเดินมาทั้งวัน และรองเท้าเจ้ากรรมของชั้นมันก็เริ่มทำพิษแล้วหล่ะ...

แล้วเราก็เดินระโหยกลับที่พัก อย่างเหนื่อยอ่อนสุด สุด..
เพื่อเอาแรงกันใหม่ในวันรุ่งขึ้น...
วันนี้เราวางแผนกันว่า จะไป Tower of London และ Tower bridge ซึ่งอยู่ใกล้ๆกันน่ะแหล่ะ ลง Tube ที่ Tower hill แล้วก็เดินต่อไปอีก ห้านาทีก็ถึง อากาศเช้านี้ อึมครึมแปลกๆ ไม่มีแดดเหมือนเมื่อวาน แต่ว่าฝนยังไม่ตกนะ ก็ยังดี..ไม่ต้องเดินตากฝน
ระหว่างทางเราก็ผ่าน มหาลัยชื่อดังในอังกฤษ Imperial College of London
ว๊าววว ขอหน่อยเหอะ..ไม่ได้เรียนก็ขอถ่ายรูปกะป้ายเก็บไว้หน่อยน้า...

On the way......

in the tube station....

ตอนเช้าๆ กะลังซิงๆ ก็ขอถ่ายรูปเยอะๆ หน่อย เพราะว่าถ้าสายกว่านี้แล้วจะไม่สด อย่างงี้แล้วอ่ะค่ะ ....มันเหนื่อยอ่ะนะ.....อิอิอิ
และแล้วเราก็มาถึง ด้านหน้าของ Tower of London ที่เค้าเล่ากันว่า เป็นวังเก่าที่สมัยก่อนราชวงศ์นี้ เค้าเข่นฆ่ากันเองเพื่อแย่งราชสมบัติ...และด้านในก็มีหอสูง ไว้สำหรับขังคุก นักโทษการเมือง...
อืม ไม่ว่ายุคสมัยไหน ก็ต้องมีการแก่งแย่ง ชิงชังกัน เพื่อความเป็นใหญ่...
เพื่ออะไร...กันนักหนา....


ใกล้ๆกัน คือ London Bridge ที่เป็นสัญลักษณ์หนึ่งในลอนดอน..
ทริปรอบนี้ เราสองคนคู่ร่วมเดินทางก็ยังไม่มีรูปคู่กันเลย เพราะว่าไม่มีคนถ่ายให้...ก็มีอะนะ..แต่ว่า รูปออกมาแต่ละรูป รับไม่ได้เล้ย...
เราเลยต้องช่วยตัวเองกันไปก่อน ตั้งกล้องถ่ายรูปเอาวะ...
ไม่ง้อใครก็ได้...ก็ออกมายั่งเงี้ย...โอ อ่ะนะ...คนมันสวย...อิ อิ อิ


และ ที่สุดท้ายของทริปนี้คือ St.Paul Cathedral ที่ออ บอกว่าต้องมาเห็นก่อน ถึงจะกลับบ้านนอกไป..

ก็เนี่ยหล่ะ ...เราก็ได้เข้าไปด้านในนะ บังเอิญที่เราไปเป็นวันอาทิตย์ เค้าก็มีกิจกรรมการร้องเพลง หรือ สวดฯ อะไรซักอย่าง เราไม่กล้าเรียกอ่ะ เดี๋ยวเรียกผิด...ก็เลยได้เข้าร่วมกะเค้าไปนิดหน่อย..
ด้านในของโบสถ์ มีแท่นเทียนที่เค้าให้คนมาจุดเทียน เพื่อต่อชีวิต หรือ ทำให้ชีวิตเราสว่างไสวขึ้น ในความเชื่อของศาสนาเค้าน่ะ
ถ้าของศาสนาพุทธเรา ก็คงเหมือนการหยอดน้ำมันสะเดาะเคราะห์น่ะแหล่ะ...
เรากะ ออ ก็เลยเอากะเค้ามั่ง...
สาธุ..ขอให้หนูเรียนจบไว ไว ด้วยเถ๊อะ....
เออ ตอนอธิษฐาน ลืมแปลเป็นภาษาอังกฤษ ท่านจะเข้าใจไหมอ่ะ..T___T
หลังจากการเดินทางท่องเที่ยวด้วยเท้าตลอด สามวันในลอนดอนของเราจบลง...
สภาพดิชั้นก็เหมือน..ซากที่เดินได้ด้วยสัญชาตญาณ อ่ะค่ะ...
โห...สุดยอด....ปวดเมื่อยแบบสุดพรรณนา

เฮ้อ...กุชชี่ จากอิตาลีของดิชั้นอ่ะ มันไม่เอื้อต่อการเดินถนนที่ลอนดอนเลยจิงจิงนะเคอะ ขอย้ำ...
ข้อเท้าอักเสบไปเลยอ่ะ กลับมาต้องใส่เฝือกอ่อนเดินกันไปสามวัน..
....กรรม....
edit @ 2006/04/14 23:39:17
edit @ 2006/04/15 21:52:20